Thursday, October 2, 2014

ลองของ ทดสอบติดตั้ง Windows Server Technical Preview

 

หลังจากลองของไปแล้วใน client version คราวนี้ถึงคิวของ server version กันบ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลา

เรา get to the point กันเลยดีกว่า

หน้าจอติดตั้งครั้งแรก

image

ถัดมาครับ

image

หน้าถัดไป อยากใช้แบบ command หรือ UI ก็จัดกันไปครับ

image

กดยอมรับเงื่อนไข แล้วก็ไปกันต่อครับ

image

จะลงแบบ upgrade หรือลงแบบตามใจฉัน ก็ว่าไป

image

จัดสรรพื้นที่ซะให้ลงตัว แล้วเริ่มติดตั้งกันได้เลย

image

จิบการแฟรอครับ

image

รีบูตมาครั้งแรก ก็ให้ตั้งรหัสลับกันก่อนเลย

image

หน้าจอแรก หลังจาก login เข้า windows มาแล้ว (มีอะไรแปลกตาบ้างนะ อืมมม ฟิลลิ่งยังไม่ค่อยต่างจาก WS2012 R2 มากนัก)

image

ไหนลองกดปุ่ม start menu ให้ชื่นใจหน่อยสิ  (อารมย์  Windows XP, Windows 7 เริ่มกลับมาเลยทีเดียว)

image

ไหนลองดู Roles สิมี roles อะไรแปลกใหม่ ให้ว้าววว ไหม?  (ที่กาสีแดงไว้ คือของใหม่ที่เพิ่มเข้ามา)

image

แล้ว Features ละมีอะไรใหม่ไหม?

image

image

image

อันนี้สิ มีของใหม่เยอะจริง ไล่ไม่หมด เดียวค่อยทยอยมาอับเดตให้แล้วกันนะครับ 

บทความนี้ไว้แค่นี้ก่อนครับ เดียวมีของเล่นใหม่มานำเสนอ  (ของเล่นเพียบบบ เลย)

ลองของ ทดสอบติดตั้ง Windows Technical Preview

 

หลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ทางไมโครซอฟต์ได้ปล่อย Windows Technical Preview หรือ Windows 10 TH ออกมาให้ทดสอบ ของเหล่านักลองของใหม่ๆ กัน

ผมก็เอากะเค้าซักหน่อยเดียวตกเทรน ว่าไม่เคยจับของใหม่กับเค้าเลย วันนี้ผมเลยอยากเอาหน้าจอตอนติดตั้งมาให้ชาว ITPro ได้ดูกันสำหรับใครที่ยังไม่มีโอกาส หรือเวลาได้ลองของใหม่ได้เห็นว่า หน้าจอติดตั้งแล้ว จริงๆ มันแตกต่างหรือเหมือนกับ Windows Server 2012/R2 หรือไม่กันครับ

โอเคเริ่มจากหน้าจอติดตั้งกันเลย

image

หน้าจอถัดมาครับ

image

หน้าจอถัดมาครับ

image 

ถัดไปครับ

image

ถัดไปอีกครับ

image

ถัดไปอีกนิดครับ

image 

หน้าจอติดตั้งสุดท้ายแล้วครับ

image

 

หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อย เปิดเข้ามาครั้งแรกเลยหน้าตาเป็นยังไงมาดูสิ

image

หน้าถัดมาให้ใส่ข้อมูลชื่อ admin account

image

หน้าแรกครับหลังจากกำหนดค่าต่างๆเสร็จเรียบร้อย

image

 

เห็นจุดที่แตกต่างอย่างแรกเลย ที่ไม่เหมือนใน Windows 8.1

- มี Store แปะไว้ที่ taskbar ให้เลย

- มี search อยู่ที่ taskbar

- มี Task view (อันนี้ของใหม่ คล้ายๆ desktop manager คือเปิดพื้นที่ทำงานได้หลายๆ virtual desktop)

ยกตัวอย่างเช่น

หน้าจอ desktop แรกผมเปิด windows explorer ไว้ และอีกหน้าจอผมเปิด IE ไว้ ผมสามารถสลับหน้าจอไปมาโดยกดี่ Task view แล้วก็เลือก desktop ที่เราต้องการได้เลยครับ (เอาไว้แอบนายเล่น line, fb ได้เลยนะนี้มีประโยชน์ 555)

image

 

- มีปุ่ม start มาให้เลย(กรณีใครใช้ Windows 8.1 อยากได้ป่ม start ให้ลง patch update ล่าสุดก็มีปุ่ม start กลับมาแล้วครับ)

นอกนั้นก็เป็น windows explorer , IE ซึ่งใน Windows 8.1 ก็มีอยู่แล้วครับ

กดไปที่ start menu สิมีอะไรแปลกใหม่ไหม

image

ว้าวๆ เหมือนจะใช้งานง่ายขึ้นหรือเปล่า? ถ้าสำหรับ server อยากให้เป็นแบบนี้จังใช้ metro style บน server แล้วมันขัดๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันปัดๆ หน้าจอไม่ได้เหมือน client สักกะติ้ดใส่มาทำไมก็ไม่รู้ ขอบ่นหน่อย 555

 

สัมผัสแรก

ความรู้สึกแรกหลังจากได้ติดตั้งทดสอบใช้งานเป็นเวลาประมาณ 1 ชม. โดยประมาณ รู้สึกได้ถึงความรวดเร็วและกระชับกระเฉง ของการตอบสนองเมาส์ในการสั่งงานไม่ว่าจะคลิ๊กเพื่อเปิดหน้าจอ windows explorer หรือตัวโปรแกรมต่างๆ รู้สึกได้ถึงความรวดเร็ว

แต่กระนั้นครับ ต้องมาดูว่ากรณีติดตั้ง โปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติมไปแล้วว่าสามารถตอบสนองได้ไว เหมือนติดตั้งครั้งแรกหรือไม่ เดียวมาอับเดตให้ติดตามอ่านกันอีกทีครับ

 

บทความนี้ ขอจบการายงานข่าว เพียงเท่านี้  สวัสดี

Wednesday, September 17, 2014

ค้นหาวันที่ ที่เราทำการติดตั้ง OS

 

วันนี้มี Tip เล็กๆ น้อยๆ มานำเสนอครับ เผอิญว่าอยู่ๆ ก็นึกอยากรู้ขึ้นมาว่า เครื่องที่เราใช้งานอยู่เนี้ย หรือเครื่องที่เราอยากรู้ข้อมูลว่าได้ทำการ format ติดตั้ง OS เมื่อวัน เดือน ปี อะไร

วิธีการง่ายมากใช้แค่ cmd เท่านั้นและรันคำสั่ง systeminfo แต่เจาะจงส่วนที่อยากรู้เพิ่มเข้าไปก็จะได้ข้อมูล install date ที่ทำการติดตั้ง OS แล้วครับ

 

image

 

รับ tip อื่นเพิ่มไหมครับ?

Friday, September 5, 2014

ROI (Return on Investment)

สูตรทางด้านการเงินที่เราใช้เพื่อหาผลตอบแทนการลงทุนที่เรียกว่า ROI (Return on Investment) ซึ่งสูตรที่เราใช้กันก็คือ ROI = (Expected Returns - Cost of Investment )/Cost of Investment
  *Expected Return (ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ)
  *Cost of Investment (เงินลงทุน)

ผลลัพธ์จากการคำนวณ ROI เบื้องต้นเราจะรู้ถึงความคุ้มค่ากับเงินที่ต้องควักจ่ายไปว่าจะคืนทุนต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหน นั้นเป็นสิ่งที่ Decision maker อยากเห็นเป็นมากๆ

สำหรับเราๆ ที่ขายของขายงาน ก็อยากให้ decision maker เห็นประโยชน์ที่เรานำเสนอ และประโยชน์ทางตรงต่อองค์กร และทางอ้อมอื่นๆ ด้วยนะจ๊ะ

Tuesday, July 8, 2014

วิธี Convert ค่าใน Attribute lastLogon , lastLogonTimestamp ให้เป็นภาษามนุษย์เข้าใจและอ่านได้

 

ปัญหานี้ผมเจอเข้ากับตัวเอง เมื่อต้องการตรวจสอบว่า User Account นี้ Logon Domain ล่าสุดเมื่อไหร่แต่เมื่อเข้าไปดูค่าใน Attribute lastLogon หรือ lastLogonTimestamp เองก็ตาม มันจะเป็นตัวเลขยาวๆ(int64) ซึ่งมันไม่แสดงข้อมูลเป็น date/time ตามที่เราต้องการ เพื่อให้เข้าใจง่าย

image

 

วันนี้ผมหาวิธีการหรือเทคนิคในการแปลงค่า int64 ยาวๆ นี้ให้ออกมาเป็น date/time format ให้อ่านได้เข้าใจง่ายขึ้นครับ

โดยวิธีการแปลงค่าก็ไม่ยากครับ ให้เรา copy ตัวเลขยาวๆ ที่เห็นใน attribute lastLogon มา แล้วใช้คำสั่ง w32tm ในการแปลงค่า ตามรูปครับ

w32tm /ntte 130493514059974176

image

ผลจากคำสั่ง w32tm /ntte ก็จะแปลงค่า int64 ให้เป็น date/time ให้เราอ่านได้ง่ายขึ้นแล้วครับ

ที่นี้เราก็จะทราบแล้วครับว่า user account นี้ logon domain ล่าสุดเมื่อไหร่ครับ !! จบ

Friday, April 11, 2014

Task Manager ใน Windows Server 2012 ไม่โชว์ Disk Performance Counter จะทำยังไง?

 

วันนี้ผมมีทริปเล็กๆ น้อยๆ ในการเปิดใช้งาน Disk Performance เพื่อให้แสดงผลใน Task Manager

เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไม ไมโครซอฟต์ไม่ทำให้แสดงผลเลยเหมือนที่เราเคยเห็นใน Windows Server 2008 R2 กันไป อืมผมเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมไม่ทำให้มันเป็น default ไปเลย

อะ ค่อยไปหาคำตอบกันเองละกันอะนะ มาดูดีกว่าว่าก่อนและหลังทำต่างกันยังไง

 

[อันนี้คือหน้าตา Performance เดิมๆ ที่เราจะพบว่ามันจะไม่แสดงผลเกี่ยวกับ Disk เลย]

image

วิธีการเปิดใช้งาน Disk counter performance ให้แสดงบน Task Manager

run Diskperf -y  (cmd run as administrator)

image

 

ปิดเปิดหน้าต่าง Task Manager ใหม่ ก็จะแสดง disk counter perf. ขึ้นมาแว้วววว

image

 

 

เจอกัน Trip and Trick หน้านะครับ

Sunday, March 23, 2014

ThinkPad X220 plugged in, not charging battery

 

งานงอกเบย อยู่ๆ โน้ตบุ๊ค คู่ทุกข์คู่ยาก อยู่ๆ เสียบสายชาร์จไม่ยอมชาร์จจนเต็ม 100% เหมือนเชกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เอาแล้วๆ เเววเสียตังค์มาอีกแล้ว ค่าครองชีพยิ่งสูงขึ้นทุกวันๆ อยู่จะมาเสียซ้ำเสียซ้อนอะไรอีกละเนี้ย ยังไม่ได้อยากได้โน้ตบุ๊คใหม่สักกะหน่อย อย่าเพิ่งน้อยใจสิจ๊ะคุณเธอ

ทำใจไปหลายวันก็มานั่งพิคิดพิเคราะห์ว่าเป็นกรรมอันใดเล่าที่คอยคอยกลั่นแกล้ง จู่ๆก็ชาร์จไฟโน้ตบุ๊คไม่เข้า

ค้นนู้นค้นนี้มาเจอ blog หนึ่งตาเถรเจออาการเดียวกัน ก็เลยลองทำดูตามเค้า เอ่อม bingo จริงๆ ชาร์จแบ็ตได้ซะงั้น งงเบยยยยย

อะใครอยากลองว่าสูตรนี้ช่วยชีวิตโน้ตบุ๊คท่านๆ ทั้งหลายได้หรือไม่กรณีเสียบสายชาร์จแล้วไม่ชาร์ต อะนะ

1. ถอดสาย Adapter ชาร์ต์ไฟออก

2. ปิดเครื่อง

3. ถอดแบตเตอรี่ออก

4. เสียบสาย Adapter ชาร์ตไฟ

5. เปิดเครื่อง

6. เปิด Device Manager –> Batter –> และ Uninstall Microsoft ACPI Compliant Control Method Battery ออก

7. ปิดเครื่อง

8. ถอดสาย Adapter ชาร์ตไฟออก

9. ใส่แบตเตอรี่

10. เสียบสาย Adapter ชาร์ตไฟ

11. เปิดเครื่อง

12. วัดดวง ถ้าชาร์จก็โชคดี ถ้าไม่ชาร์จเหมือนเดิม แบตกลับบ้านเก่าแล้วครับ

 

:) :)